การผ่าตัดต่อมลูกหมากด้วยกล้อง Bipolar TURP (Saline TURP)
ข้อมูลการตรวจสอบทางการแพทย์ (Medical Review): นพ.นิติ นวนิมิตกุล (Dr. Niti Navanimitkul, M.D.)
ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิ่วและต่อมลูกหมาก | M-Trust Urology Clinic
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: กรกฎาคม 2569มาตรฐานทองคำของการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อรักษาโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) ที่ใช้พลังงานสองขั้วร่วมกับน้ำเกลือ ปลอดภัยสูง ปราศจากความเสี่ยงต่อภาวะทางจิตเวชและการสูญเสียเกลือแร่ (TUR Syndrome)
Bipolar TURP คืออะไร?
Bipolar TURP (Transurethral Resection of the Prostate using Bipolar Energy) คือ การผ่าตัดต่อมลูกหมากโตผ่านกล้องทางท่อปัสสาวะโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าสองขั้ว (Bipolar Loop) เพื่อขูดลอกเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่อุดกั้นท่อปัสสาวะออกทีละชิ้น จนช่องปัสสาวะกว้างขึ้นและคนไข้สามารถปัสสาวะได้อย่างราบรื่น [1] ซึ่งเป็นการพัฒนาขั้นสูงจากเทคนิคดั้งเดิม (Monopolar TURP) [2]
ความแตกต่างทางคลินิกที่สำคัญที่สุดคือ ในเทคนิคดั้งเดิม (Monopolar) แพทย์ต้องใช้น้ำกลั่นบริสุทธิ์ปราศจากแร่ธาตุ (Glycine/Sorbitol) ในการหล่อเลี้ยง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะดูดซึมน้ำเข้ากระแสเลือดมากเกินไปจนเกลือโซเดียมในเลือดต่ำเฉียบพลัน (TUR Syndrome หรือ Water Intoxication) แต่ใน Bipolar TURP แพทย์จะใช้น้ำเกลือปกติ (0.9% Normal Saline) เป็นน้ำล้าง ซึ่งทำให้ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์จากกลุ่มอาการ TUR Syndrome แม้ว่าการผ่าตัดจะใช้เวลานานก็ตาม [3]
ทำไม Bipolar TURP ถึงปลอดภัยกว่าเทคนิคดั้งเดิม? (Safety Profiles)
เมื่อปรียบเทียบกับ Monopolar TURP แบบเก่า พลังงาน Bipolar จะมีประจุไฟฟ้าไหลผ่านเฉพาะบริเวณปลายห่วงลวดขูด (Loop) เท่านั้น กระแสไฟฟ้าไม่ได้วิ่งผ่านตัวคนไข้ไปยังแผ่นสายดินที่ขา จึงช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงหรือเส้นประสาทควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ นอกจากนี้ พลังงาน Bipolar ยังให้การห้ามเลือด (Hemostasis) ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เลือดออกน้อยลง ทัศนวิสัยขณะผ่าตัดของแพทย์ดีขึ้น และลดความจำเป็นในการให้เลือด [4]
ขั้นตอนและกลไกการผ่าตัด (Mechanism of Action)
การผ่าตัดนี้ทำโดยการส่องกล้องเข้าทางท่อปัสสาวะ โดยไม่มีรอยแผลเปิดภายนอกร่างกาย [5]:
1. การระงับความรู้สึก
คนไข้จะได้รับการบล็อกหลัง (Spinal Anesthesia) เพื่อให้ชาตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บตลอดการทำหัตถการ
2. การส่องกล้องขูดเนื้อเยื่อ (Resection)
แพทย์สอดกล้องขนาดเล็ก (Resectoscope) ผ่านท่อปัสสาวะเข้าสู่ต่อมลูกหมาก จากนั้นจะใช้ห่วงลวดไฟฟ้าขูดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่โตเกินออกทีละชิ้นภายใต้การหล่อลื่นด้วยน้ำเกลือตลอดเวลา
3. การจี้ห้ามเลือดและการล้างเนื้อเยื่อ
พลังงาน Bipolar จะกระตุ้นให้เกิดพลาสมารอบห่วงลวด ซึ่งสามารถตัดเนื้อเยื่อและจี้ปิดหลอดเลือดที่ฉีกขาดไปพร้อมกันอย่างแม่นยำ เนื้อเยื่อที่ขูดออกจะถูกดูดออกและนำไปตรวจเช็กชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา (Pathology)
การประเมินและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด (Pre-operative Workup)
แพทย์ระบบปัสสาวะจะทำการประเมินเชิงลึกเพื่อตรวจยืนยันความเหมาะสมและวางแผนการผ่าตัดอย่างรอบคอบ [6]:
1. การประเมินคะแนนอาการปัสสาวะ (IPSS)
ประเมินความรุนแรงของอาการปัสสาวะติดขัด ตื่นกลางดึก หรือปัสสาวะบ่อย เพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นเทียบกับผลหลังผ่าตัด
2. การตรวจขนาดต่อมลูกหมาก (TRUS/MRI)
ตรวจวัดขนาดและโครงสร้างต่อมลูกหมากผ่านอัลตราซาวด์ทวารหนักหรือภาพถ่าย MRI เพื่อตรวจสอบว่าเหมาะสมกับ TURP หรือจำเป็นต้องผ่าตัด HoLEP
3. การตรวจอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry)
ตรวจวัดความแรงของลำปัสสาวะและประเมินปริมาณปัสสาวะเหลือค้าง (Post-Void Residual: PVR) ในกระเพาะปัสสาวะ
4. การเจาะเลือดคัดกรองมะเร็ง (PSA)
คัดกรองเพื่อแยกโรคมะเร็งต่อมลูกหมากออกจากภาวะต่อมลูกหมากโตธรรมดาก่อนวางแผนผ่าตัดขูดเนื้อเยื่อ
ตารางเปรียบเทียบการรักษา Bipolar TURP กับเทคนิคอื่นๆ
ข้อมูลเปรียบเทียบเชิงวิชาการทางการแพทย์เพื่อให้คนไข้เข้าใจความแตกต่างของแต่ละทางเลือกการรักษา [7]:
เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของการรักษาด้วย Bipolar TURP
⊕ ข้อดี (Pros)
- ✓ปลอดภัยสูง ปราศจากความเสี่ยงต่อภาวะน้ำเป็นพิษ (TUR Syndrome) 100% เนื่องจากใช้น้ำเกลือล้าง
- ✓ระบบห้ามเลือดประสิทธิภาพสูงมาก ทำให้มีเลือดออกระหว่างผ่าตัดน้อยกว่าวิธีดั้งเดิม
- ✓เนื้อเยื่อข้างเคียงโดนทำลายน้อยลง ช่วยรักษาเส้นประสาทควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ดีขึ้น
- ✓คนไข้ฟื้นตัวเร็วขึ้น สามารถเอาสายสวนปัสสาวะออกได้เร็วกว่า และนอนโรงพยาบาลสั้นลง
- ✓ได้ตัวอย่างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากที่สมบูรณ์เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาคัดกรองมะเร็ง
⊖ ข้อจำกัด (Cons)
- ✗มีโอกาสเกิดภาวะหลั่งน้ำอสุจิย้อนกลับเข้ากระเพาะปัสสาวะ (Retrograde Ejaculation) หลังผ่าตัด
- ✗ยังคงจำเป็นต้องใช้ยาสลบหรือการบล็อกหลัง และต้องการการคาสายสวนปัสสาวะชั่วคราวในโรงพยาบาล
- ✗อาจไม่เหมาะกับต่อมลูกหมากที่มีขนาดใหญ่มากเกินกว่า 100 กรัมขึ้นไป ซึ่งวิธี HoLEP จะตอบโจทย์ดีกว่า
ใครคือผู้ที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัด Bipolar TURP?
Bipolar TURP เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไข้ที่มีอาการต่อมลูกหมากโตและมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ [8]:
- ▹มีอาการปัสสาวะผิดปกติระดับปานกลางถึงรุนแรง: เช่น ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือกินยาต่อมลูกหมากแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
- ▹ขนาดต่อมลูกหมากเหมาะสม: มักอยู่ที่ขนาด 30 ถึง 80 กรัม (หากมีขนาดใหญ่กว่านี้ การทำ HoLEP จะเหมาะสมกว่า)
- ▹คนไข้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว: เช่น โรคหัวใจ หรือผู้ที่ต้องควบคุมความเสี่ยงในการสูญเสียแร่ธาตุจากการผ่าตัดนานๆ
- ▹มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่อมลูกหมากโตแล้ว: เช่น ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลันจนต้องใส่สายสวน, ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะบ่อยๆ, มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือมีภาวะไตเสื่อมจากต่อมลูกหมากอุดกั้น
ผลลัพธ์ทางการรักษาและการฟื้นตัว
ข้อมูลสถิติผลการรักษาจากการศึกษาวิจัยทางคลินิกแบบสุ่มเปรียบเทียบในระยะยาว [9]:
อัตราความพึงพอใจของคนไข้
คนไข้ส่วนใหญ่รายงานว่าปัสสาวะแรงขึ้นทันทีหลังถอดสายสวน และอาการอุดกั้นหายไปอย่างชัดเจน
อัตราการเกิด TUR Syndrome
การใช้น้ำเกลือล้างขณะผ่าตัดขจัดความเสี่ยงต่อภาวะโซเดียมต่ำที่เป็นอันตรายถึงชีวิตออกไปได้อย่างสิ้นเชิง
อัตราการต้องได้รับการให้เลือด
การห้ามเลือดที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยเทคโนโลยี Bipolar ช่วยลดอัตราการเสียเลือดลงอย่างมาก
การติดตามผลหลังการผ่าตัด (Surveillance Calendar)
การปฏิบัติตามตารางการติดตามผลช่วยให้การรักษาได้ผลดีที่สุดในระยะยาวและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ [10]:
- •ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก: นัดถอดสายสวนปัสสาวะ (หากตรวจพบว่าแผลหายดี) และติดตามตรวจสอบการขับปัสสาวะด้วยตนเองครั้งแรก
- •เดือนที่ 1: นัดพบแพทย์เพื่อติดตามอาการปัสสาวะหลังแผลต่อมลูกหมากเริ่มสมาน ตรวจประเมินอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry) และตรวจปัสสาวะ residual
- •เดือนที่ 3 และ 6: ประเมินคะแนน IPSS ซ้ำ เพื่อเช็กการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหูรูดและแรงเบ่งปัสสาวะ และติดตามภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
- •ปีที่ 1 และรายปี: ตรวจเช็กสุขภาพระบบปัสสาวะประจำปี เจาะเลือด PSA และประเมินอัตราการไหลปัสสาวะเป็นประจำ
แนวทางการปฏิบัติตัวและระยะเวลาการพักฟื้น
หลังการผ่าตัด Bipolar TURP การดูแลแผลและการจำกัดกิจกรรมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้แผลในช่องปัสสาวะสมานตัวได้ดีที่สุด [11]:
- •การคาสายสวนปัสสาวะ: สายสวนปัสสาวะจะคาสอดผ่านท่อปัสสาวะไว้ประมาณ 2-3 วันในโรงพยาบาล เพื่อระบายปัสสาวะและล้างลิ่มเลือดที่อาจค้างอยู่
- •ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ควรดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตรหลังถอดสายปัสสาวะ เพื่อช่วยเจือจางเลือดและขับล้างเศษเนื้อเยื่อหรือลิ่มเลือดเล็กๆ ออกจากกระเพาะปัสสาวะ
- •หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระ: ควรทานอาหารที่มีกากใยสูงและทานยาระบายหากท้องผูก เพื่อป้องกันการเบ่งอุจจาระซึ่งจะไปกดเบียดและทำให้แผลต่อมลูกหมากที่กำลังสมานมีเลือดออกได้
- •งดกิจกรรมหนัก 4-6 สัปดาห์: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายหักโหม การขี่จักรยาน หรือกิจกรรมทางเพศในช่วง 4-6 สัปดาห์แรก เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกเฉียบพลันหลังผ่าตัด
Related Topics
เอกสารอ้างอิงและวารสารวิชาการแพทย์ระดับสากล
- Mamoulakis C, et al. 'Bipolar vs Monopolar Transurethral Resection of the Prostate: A Systematic Review and Meta-analysis of Randomized Controlled Trials.' BJU International, 2012; 109(7):1020-1029. doi:10.1111/j.1464-410X.2011.10737.x.
- Coleman JA, et al. 'Management of Lower Urinary Tract Symptoms Attributed to Benign Prostatic Hyperplasia: AUA/SUO Guideline.' Journal of Urology, 2023; 209(6):1096-1104. doi:10.1097/JU.0000000000003437.
- Geavlete B, et al. 'Bipolar Plasma Vaporization vs Monopolar TURP in BPH: A 3-Year Prospective, Randomized Comparison.' Journal of Endourology, 2013; 27(6):759-766. doi:10.1089/end.2012.0526.
- European Association of Urology (EAU). 'Guidelines on Benign Prostatic Obstruction (BPO).' Arnhem, Netherlands: EAU Guidelines Office, 2024.
- Stabile A, et al. 'Medium-term Outcomes of Bipolar Resection vs Laser Enucleation: A Systematic Review.' European Urology Focus, 2022; 8(4):918-927. doi:10.1016/j.euf.2021.08.004.

