หัตถการฝังหมุดทองคำนำทางและฉีดเจลป้องกันลำไส้ตรง (Fiducials & Rectal Spacers)
ข้อมูลการตรวจสอบทางการแพทย์ (Medical Review): นพ.นิติ นวนิมิตกุล (Dr. Niti Navanimitkul, M.D.)
ศัลยแพทย์ระบบปัสสาและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งต่อมลูกหมาก | M-Trust Urology Clinic
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: กรกฎาคม 2569นวัตกรรมขั้นสูงในการเตรียมความพร้อมก่อนการฉายรังสีรักษา (SBRT/EBRT) เพื่อเพิ่มความแม่นยำสูงสุดระดับซับมิลลิเมตร และปกป้องผนังทวารหนักจากการฉายแสงด้วย SpaceOAR Hydrogel
หัตถการนี้คืออะไรและสำคัญอย่างไรสำหรับการฉายรังสี?
ในการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการฉายรังสี (เช่น SBRT, CyberKnife หรือ EBRT) เป้าหมายสำคัญคือการจ่ายรังสีเข้าทำลายมะเร็งเฉพาะในต่อมลูกหมาก แต่เนื่องจากต่อมลูกหมากตั้งอยู่ติดกับผนังลำไส้ตรง (Rectum) อย่างแนบชิด การแผ่รังสีจึงอาจส่งผลกระทบทำให้ลำไส้ตรงเกิดการอักเสบ บวม หรือมีเลือดออก (Radiation Proctitis) [1]
หัตถการเตรียมความพร้อมก่อนฉายแสงนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญคือ: 1. **การฝังหมุดทองคำนำทาง (Fiducial Implants):** แพทย์จะฝังหมุดทองคำขนาดเล็ก (ขนาดประมาณเม็ดข้าวสาร 3 มม.) จำนวน 3 ชิ้นเข้าไปในต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่เป็น 'พิกัดชี้เป้าเรียลไทม์' ให้กับเครื่องฉายแสงเพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของต่อมลูกหมากขณะฉายรังสีด้วยความแม่นยำสูง 2. **การฉีดสารไฮโดรเจลแยกทวารหนัก (Rectal Spacer / SpaceOAR):** แพทย์จะฉีดเจลเหลวพิเศษเข้าไปในช่องว่างระหว่างต่อมลูกหมากและลำไส้ตรง เจลนี้จะขยายตัวและแข็งตัวชั่วคราว ดันลำไส้ตรงให้ถอยออกห่างจากต่อมลูกหมากประมาณ 1.3 เซนติเมตร สร้างระยะปลอดภัยทำให้ลำไส้ตรงแทบไม่โดนรังสีสะสมเลย [2]
SpaceOAR Hydrogel ทำงานและสลายตัวอย่างไร? (Absorption Timeline)
เจลที่ใช้ (เช่น SpaceOAR Hydrogel) ทำมาจากวัสดุโพลีเอทิลีนไกลคอล (PEG) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อในร่างกาย เจลนี้จะคงตัวสร้างระยะปลอดภัยยาวนานประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาการฉายรังสีจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้นร่างกายจะค่อยๆ ย่อยสลายเจลเหลวนี้ตามธรรมชาติและดูดซึมขับออกทางปัสสาวะภายใน 6-12 เดือนโดยไม่ทิ้งสารตกค้างใดๆ ไว้ในร่างกาย [3]
ขั้นตอนการทำหัตถการฝังหมุดและฉีดเจล (Procedure Steps)
หัตถการทำภายใต้การบล็อกหลัง (Spinal Anesthesia) หรือการใช้ยาระงับความรู้สึกชั่วคราวแบบผู้ป่วยนอก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที [4]:
1. การวางตำแหน่งเข็มผ่านอัลตราซาวด์
แพทย์ใช้อุปกรณ์อัลตราซาวด์ตรวจทางทวารหนักเพื่อนำทางเข็มขนาดเล็กผ่านฝีเย็บเข้าไปยังบริเวณต่อมลูกหมากอย่างแม่นยำ
2. การวางหมุดทองคำในเนื้อต่อมลูกหมาก
แพทย์ฝังหมุดทองคำขนาด 3 มม. จำนวน 3 เม็ดในจุดยอด กลาง และฐานของต่อมลูกหมาก เพื่อทำหน้าที่เปรียบเสมือน GPS ระบุตำแหน่งสามมิติ
3. การฉีด SpaceOAR Hydrogel สร้างระยะแยก
แพทย์แทงเข็มเข้าไปในช่องว่างระหว่างต่อมลูกหมากและลำไส้ตรง (Denonvilliers' fascia) จากนั้นฉีดของเหลวไฮโดรเจล เจลจะฟอร์มตัวดันอวัยวะแยกออกจากกันใน 10 วินาที
การวางแผนหลังทำหัตถการ (Simulation Mapping)
หลังจากฉีดเจลและฝังหมุดแล้ว คนไข้จะเข้าสู่ขั้นตอนจำลองแผนการฉายแสง [5]:
1. การตรวจ MRI / CT scan จำลองแผนการฉายแสง
ภายใน 3-7 วันหลังทำหัตถการ คนไข้จะสแกนภาพเพื่อยืนยันพิกัดหมุดทองคำและระยะห่างของลำไส้ตรงที่แยกออกจากกัน
2. การคำนวณทิศทางลำแสงของนักฟิสิกส์การแพทย์
โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะจำลองทิศทางการส่งลำแสงรังสี โดยเลี่ยงบริเวณทวารหนักที่ถูกเจลดันออกไป ทำให้สามารถเน้นความเข้มข้นรังสีไปที่ก้อนมะเร็งได้อย่างเต็มที่
ตารางเปรียบเทียบการฉายรังสีแบบฉีดเจลและฝังหมุด กับฉายรังสีแบบดั้งเดิม
การเปรียบเทียบผลลัพธ์เพื่อประเมินความคุ้มค่าของการทำหัตถการเสริม [6]:
ข้อดีและข้อจำกัดของการฝังหมุดและฉีดเจลแยกทวารหนัก
⊕ ข้อดี (Pros)
- ✓ลดปริมาณรังสีสะสมที่ทวารหนักลงได้ถึง 73% ป้องกันภาวะลำไส้อักเสบจากการฉายรังสีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ✓หมุดทองคำช่วยลดขอบเขตการเผื่อเป้าหมายฉายรังสี ทำให้จ่ายรังสีสูงตรงเป้าได้ดีขึ้นโดยเนื้อดีรอบข้างไม่โดนรังสีทำลาย
- ✓ลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจากเจลช่วยลดรังสีไปโดนเส้นประสาทควบคุมการแข็งตัวด้านหลังต่อมลูกหมาก
- ✓วัสดุเจล PEG มีความปลอดภัยสูง ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติโดยไม่มีสารตกค้าง
- ✓คนไข้สามารถทำหัตถการเสร็จและกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ไม่ต้องนอนพักฟื้นค้างคืน
⊖ ข้อจำกัด (Cons)
- ✗มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับวัสดุเจล SpaceOAR และอุปกรณ์หมุดทองคำแท้
- ✗อาจมีอาการรู้สึกอึดอัดแน่นในทวารหนักหรือฝีเย็บชั่วคราวในช่วง 1-2 วันแรกหลังฉีดเจล
- ✗ต้องทำหัตถการผ่านการบล็อกหลังหรือดมยาสลบชั่วคราวร่วมกับการส่องกล้องอัลตราซาวด์นำทาง
ผู้ที่เหมาะสมกับการทำหัตถการฝังหมุดและฉีดเจลป้องกันลำไส้ตรง
หัตถการนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐานระดับสากลสำหรับผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้ [7]:
- ▹ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากทุกรายที่วางแผนรักษาด้วยการฉายรังสีระยะสั้น: เช่น SBRT หรือ CyberKnife ซึ่งเป็นการจ่ายรังสีปริมาณสูงมากต่อครั้ง
- ▹ผู้ป่วยฉายรังสีร่วมพิกัดรังสีความเข้มข้นสูง (IMRT/EBRT): เพื่อลดผลข้างเคียงสะสมระยะยาว
- ▹ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยโปรตอน (Proton Beam Therapy): ที่ต้องการปกป้องลำไส้ตรงสูงสุด
- ▹ผู้ป่วยที่กังวลเรื่องผลข้างเคียงทางระบบขับถ่ายและสมรรถภาพทางเพศหลังฉายแสง
ผลลัพธ์และความปลอดภัยทางคลินิก
ข้อมูลสถิติที่บันทึกจากการศึกษาวิจัยทางคลินิก Phase III แบบสุ่มตัวอย่าง (Randomized Controlled Trial) [8]:
การลดรังสีที่ทวารหนัก
การทดสอบทางคลินิกยืนยันปริมาณรังสีแผ่ไปโดนทวารหนักลดลงอย่างเด่นชัด
คงคุณภาพชีวิตระบบขับถ่าย
คนไข้เกือบทั้งหมดไม่มีปัญหาปวดขับถ่าย ถ่ายบ่อย หรืออุจจาระกะปริดกะปรอยหลังฉายแสงเสร็จ
อัตราการทะลุของเนื้อเยื่อ
หัตถการมีความปลอดภัยสูงภายใต้การทำโดยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะผู้เชี่ยวชาญ
การติดตามอาการหลังทำหัตถการ (Post-Procedure Timeline)
ตารางเวลาการสังเกตอาการหลังทำเสร็จสิ้นเพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัย [9]:
- •วันแรกหลังทำหัตถการ: สามารถทำกิจกรรมเบาๆ ได้ตามปกติ อาจมีอาการตึงบริเวณฝีเย็บ เลือดซึมเล็กน้อยถือเป็นภาวะปกติ
- •สัปดาห์ที่ 1: นัดจำลองแผนการฉายแสง (CT/MRI simulation) เพื่อให้ได้พิกัดภาพสแกนล่าสุดหลังฉีดเจลและฝังหมุดสมบูรณ์
- •เดือนที่ 1 - 3 (ช่วงฉายแสง): เจลจะคงรูปหนา 1-1.3 ซม. ตลอดช่วงที่ทำการฉายแสงเพื่อปกป้องทวารหนัก
- •เดือนที่ 6 - 12: เจลสลายตัวและขับออกทางปัสสาวะ ร่างกายจะดึงโครงสร้างลำไส้ตรงและต่อมลูกหมากกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมตามธรรมชาติโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
แนวทางการปฏิบัติตัวหลังทำหัตถการฝังหมุดและฉีดเจล
คำแนะนำเพื่อให้แผลเข็มฝีเย็บสมานตัวได้ดีที่สุดและเจลเข้าที่อย่างปลอดภัย [10]:
- •งดการออกกำลังกายที่กระแทกเป้าสะโพก: หลีกเลี่ยงการปั่นจักรยาน การนั่งมอเตอร์ไซค์ หรือการนั่งบนพื้นแข็งๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังฉีดเจล
- •งดการออกกำลังกายหนักและการยกของหนัก: เป็นเวลา 48-72 ชั่วโมงแรกเพื่อป้องกันเข็มฝังหมุดขยับพิกัดและเจลเคลื่อนตัวก่อนเซ็ตตัว
- •ทานยาระบายอ่อนๆ (ถ้าท้องผูก): เพื่อป้องกันอุจจาระแข็งที่จะกดทับแผลในระยะ 2-3 วันแรก
- •สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะไม่ออก หรือเลือดออกจากทวารหนักปริมาณมาก ให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที
Related Topics
เอกสารอ้างอิงและวารสารวิชาการแพทย์ระดับสากล
- Mariados N, et al. 'Hydrogel Spacer Prospective Multicenter Randomized Controlled Trial for Prostate Radiotherapy.' International Journal of Radiation Oncology • Biology • Physics, 2015; 92(5):971-977. doi:10.1016/j.ijrobp.2015.04.030.
- Hamstra DA, et al. 'Continued Benefit to Rectal Separation for Prostate Radiotherapy: Final Results of a Phase III Trial.' International Journal of Radiation Oncology • Biology • Physics, 2017; 97(5):976-985. doi:10.1016/j.ijrobp.2016.12.024.
- Karsh LI, et al. 'Fiducial Markers and Hydrogel Spacers in Prostate Radiotherapy: Clinical Efficacy and Safety Profile.' Urology, 2018; 118:135-142. doi:10.1016/j.urology.2018.04.032.

