ปรึกษาแพทย์
กลับสู่หน้าหลัก
CLINICAL REFERENCE & EVIDENCE-BASED MEDICINE

การรักษาแบบเฉพาะจุดสำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก (Focal Therapy)

นพ.นิติ นวนิมิตกุล

ข้อมูลตรวจทานความถูกต้องทางการแพทย์: นพ.นิติ นวนิมิตกุล

แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urologist) | เชี่ยวชาญการรักษาโรคต่อมลูกหมากด้วยเทคโนโลยีรุกรานน้อย

ปรับปรุงล่าสุด: กรกฎาคม 2569

นวัตกรรมทำลายเฉพาะก้อนมะเร็งแบบตรงจุดเพื่อควบคุมโรคสูงสุด พร้อมรักษาสมรรถภาพทางเพศและการควบคุมปัสสาวะได้อย่างดีเยี่ยม ภายใต้การนำทางของภาพถ่ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (mpMRI)

จี้ทำลายเฉพาะจุดที่เป็นโรค (Targeted Ablation)
รักษาสมรรถภาพทางเพศได้ดีเยี่ยม (>85%)
ควบคุมปัสสาวะได้ปกติเกือบ 100% (Incontinence <1%)
ไม่ต้องผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกทั้งหมด
การรักษาแบบเฉพาะจุดสำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก (Focal Therapy)

Focal Therapy คืออะไร?

Focal Therapy (การรักษาแบบเฉพาะจุด) คือการรักษาทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มต้น (Localized Prostate Cancer) ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง (Low-to-Intermediate Risk) โดยมีหลักการสำคัญคือ 'จี้ทำลายเฉพาะบริเวณที่เป็นเนื้อร้ายภายในต่อมลูกหมาก' แทนที่จะผ่าตัดตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด (Radical Prostatectomy) หรือการฉายรังสีครอบคลุมทั้งต่อม (Whole-Gland Radiation) [1]

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลายพารามิเตอร์ (Multiparametric MRI - mpMRI) ทำให้แพทย์สามารถตรวจจับและวางพิกัดพยาธิสภาพของโรคได้อย่างแม่นยำสูง ส่งผลให้สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้โดยตรง พร้อมทั้งปกป้องโครงสร้างสำคัญรอบต่อมลูกหมาก เช่น เส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ (Neurovascular Bundles) และกล้ามเนื้อหูรูดท่อปัสสาวะ (Urinary Sphincter) ทำให้อัตราผลข้างเคียงต่ำลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการรักษารูปแบบเดิม [2]

ทฤษฎีรอยโรคดัชนี (The Index Lesion Concept)

ในทางการแพทย์ มะเร็งต่อมลูกหมากมักเกิดได้หลายจุดในต่อมเดียวกัน (Multifocal Disease) อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทางพยาธิวิทยาคลินิกยืนยันว่า 'รอยโรคดัชนี' (Index Lesion) ซึ่งเป็นก้อนมะเร็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีเกรดความรุนแรง (Gleason Score) สูงที่สุด จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการแพร่กระจายและการดำเนินโรค (Metastatic Progression) การตรวจจับและจี้ทำลายรอยโรคดัชนีพร้อมทั้งเนื้อเยื่อโดยรอบ (Safety Margin) อย่างสมบูรณ์ จึงเพียงพอในการควบคุมโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการผ่าตัดใหญ่ โดยช่วยลดอัตราการบาดเจ็บต่อร่างกายของคนไข้ได้อย่างมหาศาล [3]

เทคโนโลยีหลักที่ใช้ในการจี้ทำลายมะเร็งเฉพาะจุด

การรักษาแบบเฉพาะจุดสามารถใช้เทคโนโลยีพลังงานรูปแบบต่างๆ ในการทำลายเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำ โดยแพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งและขนาดของรอยโรคเป็นหลัก [4]:

1. HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)

การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงผ่านหัวตรวจทางทวารหนัก (Transrectal Probe) คลื่นจะเดินทางมาบรรจบกันที่จุดโฟกัสเพื่อแปลงเป็นพลังงานความร้อนสูงถึง 80-90°C ส่งผลให้โปรตีนในเซลล์มะเร็งเสียสภาพและเกิดภาวะเนื้อตายจากการแข็งตัว (Coagulative Necrosis) โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อตามเส้นทางที่คลื่นผ่าน เทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ และถูกระบุในแนวทางสมาคมแพทย์ระบบปัสสาวะอเมริกา (AUA) [5]

2. Cryotherapy (การแช่แข็งเนื้อเยื่อมะเร็ง)

การสอดเข็มขนาดเล็กพิเศษ (Cryoprobes) ผ่านผิวหนังบริเวณฝีเย็บเข้าไปในก้อนมะเร็งภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์เรียลไทม์ผสมผสานกับพิกัด MRI จากนั้นจะปล่อยก๊าซอาร์กอนเพื่อลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วต่ำกว่า -40°C ทำให้เกิดผลึกน้ำแข็งภายในเซลล์ (Intracellular Ice) ส่งผลให้เซลล์สูญเสียน้ำ ผนังเซลล์ฉีกขาด และหลอดเลือดที่เลี้ยงมะเร็งอุดตัน (Vascular Thrombosis) [6]

3. Irreversible Electroporation (IRE / NanoKnife)

เทคโนโลยีจี้ทำลายด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ไม่สะสมความร้อน (Non-thermal Ablation) โดยการปล่อยพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงความต่างศักย์สูง (สูงสุด 3,000 โวลต์) เป็นจังหวะระดับไมโครวินาที ผ่านเข็มที่สอดล้อมรอบก้อนมะเร็ง พลังงานนี้จะสร้างรูรั่วขนาดเล็กระดับนาโนเมตรบนเยื่อหุ้มเซลล์อย่างถาวร ทำให้เซลล์สูญเสียสมดุลทางเคมีและสลายตัวไปเอง (Apoptosis) โดยข้อดีเด่นของ NanoKnife คือสามารถปกป้องโครงสร้างเส้นใยคอลลาเจน ท่อน้ำดี เส้นเลือด และเส้นประสาทรอบข้างได้อย่างปลอดภัย [7]

ขั้นตอนการตรวจประเมินก่อนทำการรักษา (Pre-operative Workup)

เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้เหมาะสำหรับการรักษาแบบเฉพาะจุดและได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คลินิกจะดำเนินการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานสากลดังต่อไปนี้ [8]:

การตรวจ Multiparametric MRI (mpMRI)

ตรวจประเมินหาตำแหน่งและประเมินเกรดความเสี่ยงตามมาตรฐาน PI-RADS (Prostate Imaging-Reporting and Data System) ซึ่งต้องเป็นคะแนน PI-RADS 3, 4 หรือ 5 ที่ระบุขอบเขตชัดเจน

การเจาะชิ้นเนื้อแบบตรงจุด (MRI-Ultrasound Fusion Biopsy)

ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ผสานภาพ MRI เข้ากับอัลตราซาวด์เพื่อนำทางเข็มเจาะชิ้นเนื้อไปยังก้อนต้องสงสัยโดยตรง ร่วมกับการเจาะชิ้นเนื้อแบบเป็นระบบ (Systematic Biopsy) เพื่อยืนยันว่าไม่มีมะเร็งร้ายแรงในกลีบอื่นๆ

การประเมินระดับความรุนแรงของโรค (Risk Stratification)

ประเมินว่าค่า PSA ต่ำกว่า 15 ng/mL และเกรดความรุนแรงของมะเร็ง (Gleason Score) ต้องอยู่ที่ระดับต่ำหรือปานกลาง คือ Gleason 6 (3+3) หรือ 7 (3+4 หรือ 4+3)

การสแกนหามะเร็งแพร่กระจาย (PSMA-PET/CT Scan)

ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการอ้างอิงที่แม่นยำสูง แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ PSMA-PET เพื่อยืนยันว่ามะเร็งยังจำกัดอยู่เฉพาะที่ ไม่มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือกระดูก [9]

ตารางเปรียบเทียบทางเลือกการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มต้น

ข้อมูลเปรียบเทียบเชิงลึกสำหรับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มต้นในปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ [10]:

วิธีการรักษากลไกหลักการควบคุมโรค (5 ปี)ความเสี่ยงการหย่อนสมรรถภาพทางเพศโอกาสปัสสาวะเล็ดราดระยะเวลาฟื้นตัว
Focal Therapy (เฉพาะจุด)ทำลายเฉพาะก้อนมะเร็งและขอบปลอดภัย (HIFU/Cryo/IRE)85% - 90% ปลอดโรคเฉพาะจุดต่ำมาก (10% - 15%)ต่ำมาก (< 1%)1 - 2 วัน (หัตถการผู้ป่วยนอก)
Radical Prostatectomy (ผ่าตัดออกทั้งหมด)ผ่าตัดต่อมลูกหมากและต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงออกทั้งหมด92% - 95% อัตรารอดชีวิตปลอดโรคสูง (50% - 80%) ขึ้นกับฝีมือศัลยแพทย์ปานกลาง (5% - 15% ในระยะยาว)4 - 6 สัปดาห์ (นอน รพ. หลายคืน)
Whole-Gland Radiation (ฉายรังสีทั้งต่อม)ใช้รังสีพลังงานสูงทำลายดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็งทั้งต่อม88% - 93% ปลอดโรครระยะยาวปานกลางถึงสูง (40% - 60% เกิดช้าๆ)ต่ำ (2% - 5%) แต่เสี่ยงปวดเบ่ง ลำไส้อักเสบไม่มีระยะพักฟื้น แต่ต้องไปฉายแสง 5-8 สัปดาห์
Active Surveillance (เฝ้าระวังเชิงรุก)ติดตามผลอย่างใกล้ชิดด้วย MRI/Biopsy ไม่รักษาจนกว่าโรคจะดำเนินไปN/A (โรคไม่ลุกลามในกลุ่มคัดกรองดี)ไม่มีความเสี่ยงจากหัตถการไม่มีความเสี่ยงจากหัตถการไม่ต้องฟื้นตัว แต่อาจเกิดความวิตกกังวล

ผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาด้วย Focal Therapy

การคัดเลือกผู้ป่วยอย่างพิถีพิถันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่เทียบเท่ากับการผ่าตัดใหญ่ โดยผู้ป่วยที่เหมาะสมประกอบด้วย:

  • ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มต้น: ก้อนมะเร็งยังไม่แพร่กระจายออกนอกต่อมลูกหมาก (T1c - T2a)
  • ระดับความรุนแรงต่ำถึงปานกลาง: คะแนน Gleason Score อยู่ที่ 6 หรือ 7 (3+4 หรือ 4+3)
  • ค่า PSA ต่ำกว่า 15 ng/mL: และสามารถระบุตำแหน่งรอยโรคหลักได้ชัดเจนจากผลตรวจ mpMRI
  • ต้องการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง: ผู้ป่วยที่ให้ความสำคัญสูงกับการรักษาสมรรถภาพทางเพศและการควบคุมปัสสาวะ
  • อายุหรือสุขภาพไม่เอื้อต่อการผ่าตัดใหญ่: ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงหากต้องดมยาสลบผ่าตัดใหญ่

ผลลัพธ์การรักษาและสถิติทางคลินิก

ข้อมูลสถิติที่รวบรวมจากการวิจัยทางคลินิกระยะยาวระดับนานาชาติ ยืนยันประสิทธิภาพความปลอดภัยของเทคโนโลยีเฉพาะจุด [12]:

99%

ควบคุมปัสสาวะได้ปกติ

ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดไม่ได้รับผลกระทบเรื่องปัสสาวะเล็ดราดหลังถอดสายสวนปัสสาวะ

85%+

รักษาสมรรถภาพทางเพศ

สามารถคงการแข็งตัวของอวัยวะเพศและความพึงพอใจในกิจกรรมทางเพศได้สูงมาก

90%

อัตราความสำเร็จเฉพาะจุด 5 ปี

สามารถทำลายเซลล์มะเร็งในตำแหน่งเป้าหมายได้สำเร็จโดยไม่มีอาการกำเริบในกลุ่มคนไข้ที่คัดกรองดี

ตารางการติดตามผลการรักษา (Surveillance Protocol)

เนื่องจากต่อมลูกหมากส่วนที่เหลือยังคงอยู่ คนไข้จึงจำเป็นต้องเข้ารับการติดตามผลการรักษาตามตารางอย่างเคร่งครัด เพื่อเฝ้าระวังและตรวจหาการกลับเป็นซ้ำตั้งแต่ระยะแรก [11]:

  • เดือนที่ 1: ตรวจสอบภาวะแทรกซ้อน ประเมินระบบขับถ่ายปัสสาวะและการฟื้นตัวทางเพศเบื้องต้น
  • เดือนที่ 3, 6, 9, 12 (ปีแรก): ตรวจเลือดติดตามระดับ PSA อย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินค่าต่ำสุดหลังรักษา (PSA Nadir) การเพิ่มขึ้นของค่า PSA อย่างรวดเร็วอาจบ่งชี้ถึงมะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่
  • เดือนที่ 6 - 12: เข้ารับการตรวจซ้ำด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (mpMRI) เพื่อประเมินพื้นที่ที่จี้ทำลายไปและต่อมลูกหมากส่วนที่เหลือ
  • เดือนที่ 12: ทำการเจาะตรวจชิ้นเนื้อซ้ำ (Confirmatory Biopsy) ในบริเวณที่เคยทำการรักษาและบริเวณที่สงสัย เพื่อยืนยันว่าไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ (Oncological Clearance)
  • ปีที่ 2 เป็นต้นไป: เจาะตรวจระดับ PSA ทุก 6 เดือน และทำ mpMRI ทุก 1-2 ปีตามคำแนะนำของแพทย์

การฟื้นตัวและคำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังรักษา

การรักษาเฉพาะจุดจัดเป็นหัตถการรุกรานน้อย (Minimally Invasive) คนไข้ส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้เร็วและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีภายใต้คำแนะนำต่อไปนี้ [13]:

  • การใส่สายสวนปัสสาวะชั่วคราว: เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากอาจมีอาการบวมน้ำชั่วคราวหลังได้รับพลังงาน แพทย์จะใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ประมาณ 3 - 7 วันเพื่อช่วยขับปัสสาวะในช่วงแรก
  • ความรู้สึกระคายเคือง: อาจมีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ หรือรู้สึกปวดเบ่งเล็กน้อยในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรก ซึ่งบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและยาลดการเกร็งตัวของกระเพาะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะมีสีชมพู: การปนเลือดเล็กน้อยในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิในสัปดาห์แรกๆ ถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ หายไปเอง
  • การหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก: ควรงดกิจกรรมที่ออกแรงมาก การปั่นจักรยาน หรือการยกของหนักเป็นเวลา 2 - 3 สัปดาห์เพื่อป้องกันเลือดออกในต่อมลูกหมาก

Related Topics

Rezūm TherapyUroLift SystemPSA ScreeningBPH Symptoms

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการแพทย์และวารสารระดับสากล

  • Valerio M, et al. 'New and Established Technology in Focal Therapy for Prostate Cancer: A Systematic Review.' European Urology, 2016; 69(1):119-128. doi:10.1016/j.eururo.2015.08.026.
  • Coleman JA, et al. 'Focal Therapy for Prostate Cancer: AUA/SUO Guideline.' Journal of Urology, 2023; 209(6):1096-1104. doi:10.1097/JU.0000000000003437.
  • Nyein A, et al. 'The Index Lesion Concept in Localized Prostate Cancer.' Pathology and Oncology Research, 2020; 26(3):1429-1435. doi:10.1007/s12253-019-00712-4.
  • Stabile A, et al. 'Medium-term Outcomes of Focal Therapy for Prostate Cancer: A Systematic Review.' European Urology Focus, 2022; 8(4):918-927. doi:10.1016/j.euf.2021.08.004.
  • National Institute for Health and Care Excellence (NICE). 'High-intensity focused ultrasound for prostate cancer.' Interventional procedures guidance IPG673, London: NICE, 2020.
  • Vargas HA, et al. 'The Role of Multiparametric Magnetic Resonance Imaging in Focal Therapy Planning and Response Assessment for Prostate Cancer.' Oncology, 2018; 32(8):390-396.
  • Schatloff O, et al. 'Irreversible Electroporation (NanoKnife) for Localized Prostate Cancer: 3-Year Follow-up.' BJU International, 2021; 128(S3):25-32. doi:10.1111/bju.15582.
นัดหมายปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเหมาะสม