ปรึกษาแพทย์
กลับสู่หน้าหลัก
NON-INVASIVE REGENERATIVE THERAPY & EVIDENCE-BASED EVIDENCE

การรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง ด้วยคลื่นกระแทกความถี่ต่ำ (Focused Shockwave Therapy / Li-ESWT)

นพ.นิติ นวนิมิตกุล (Dr. Niti Navanimitkul, M.D.)

ข้อมูลการตรวจสอบทางการแพทย์ (Medical Review): นพ.นิติ นวนิมิตกุล (Dr. Niti Navanimitkul, M.D.)

ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งต่อมลูกหมากและการวินิจฉัยโรคขั้นสูง | M-Trust Urology Clinic

อัปเดตข้อมูลล่าสุด: กรกฎาคม 2569

นวัตกรรมการรักษาภาวะต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังและกลุ่มอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (CPPS) โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องทานยาต่อเนื่อง ผ่านคลื่นเสียงบำบัดฟื้นฟูเนื้อเยื่อตรงจุด

คลื่นเสียงกระแทกแบบจำเพาะเจาะจง (Focused ESWT)
ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดระยะยาว
ลดคะแนนอาการปวด NIH-CPSI ได้กว่า 60-80%
ได้รับการแนะนำโดยสมาคม泌尿แพทย์ยุโรป (EAU Guidelines)
การรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง ด้วยคลื่นกระแทกความถี่ต่ำ (Focused Shockwave Therapy / Li-ESWT)

Focused Shockwave Therapy สำหรับต่อมลูกหมากอักเสบคืออะไร?

กลุ่มอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (Chronic Prostatitis / Chronic Pelvic Pain Syndrome - CPPS) หรือต่อมลูกหมากอักเสบชนิดไม่ติดเชื้อแบคทีเรีย (NIDDK Category III) เป็นปัญหาเรื้อรังที่รักษาได้ยากมากในผู้ชาย การทานยาปฏิชีวนะ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาต้านการอักเสบมักให้ผลดีชั่วคราวและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายเมื่อคนไข้มีความเครียดหรือพักผ่อนน้อย [1]

เทคโนโลยี **Focused Shockwave Therapy** หรือเครื่องช็อคเวฟคลื่นกระแทกแบบโฟกัสความถี่ต่ำ (Low-Intensity Extracorporeal Shockwave Therapy - Li-ESWT) คือหัตถการทางการแพทย์ที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยการส่งพลังงานคลื่นเสียงที่มีความจำเพาะสูงผ่านหัวเครื่องมือปักพิกัดผ่านผิวหนังบริเวณฝีเย็บ (Perineum) เข้าไปกระตุ้นเซลล์ในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากโดยตรง คลื่นกระแทกจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูตนเองของเนื้อเยื่อ (Mechanotransduction) ช่วยสร้างหลอดเลือดใหม่ ลดกระบวนการอักเสบ และสลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้อย่างเห็นผลและยาวนาน [2]

4 กลไกการบำบัดรักษาของคลื่นกระแทก (Mechanisms of Action)

คลื่นกระแทก Focused Shockwave ทำงานประสานกันผ่านกลไกทางชีววิทยา 4 ด้านเพื่อขจัดอาการปวดเรื้อรังอย่างตรงจุด [3]:

เจาะลึกกระบวนการทำงานทางชีวภาพของ Focused Shockwave

1. การสร้างหลอดเลือดใหม่เพื่อเพิ่มการไหลเวียน (Neoangiogenesis)

คลื่นกระแทกจะกระตุ้นการหลั่งสารชีวเคมี เช่น Endothelial Nitric Oxide Synthase (eNOS) และ Vascular Endothelial Growth Factor (VEGF) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการงอกของหลอดเลือดฝอยใหม่ ทำให้มีการหมุนเวียนเลือดและออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงต่อมลูกหมากและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้ดีขึ้น ช่วยเร่งการขับถ่ายสารพิษและซ่อมแซมเซลล์ที่อักเสบ [4]

2. การยับยั้งและลดสารสื่อการอักเสบ (Anti-inflammatory Effect)

คลื่นเสียงความเข้มข้นต่ำมีคุณสมบัติในการลดระดับสารโปรตีนที่กระตุ้นการอักเสบ (Interleukins และ TNF-alpha) ในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก ทำให้เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่เคยบวมหน่วง ค่อยๆ ฟื้นตัวและลดการบวมอักเสบลงอย่างเป็นธรรมชาติ [5]

3. การลดความไวของตัวรับความรู้สึกปวด (Nociceptor Desensitization)

คลื่นกระแทกจะเข้ากระตุ้นปลายประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด (C-nerve fibers) อย่างต่อเนื่องในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้สารเคมีนำกระแสประสาทปวด (Substance P) ลดปริมาณลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สมองได้รับสัญญาณปวดลดลง คนไข้จึงรู้สึกเบาสบายตัวและลดอาการปวดแสบขัดลงได้ทันที [6]

4. สลายกล้ามเนื้อเกร็งตัวผิดปกติ (Hypertonicity Relief)

อาการปวดส่วนใหญ่ของ CPPS เกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็งตัวเรื้อรังโดยที่คนไข้ไม่รู้ตัว พลังงานเสียงสะท้อนจะเจาะลึกเข้าไปช่วยผ่อนคลายการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อลายเหล่านี้ บรรเทาอาการปวดตึงก้นกบ ลำกล้อง และหัวหน่าวอย่างมีนัยสำคัญ [7]

ขั้นตอนการเข้ารับการรักษา (Treatment Protocol)

หัตถการทำง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่มีความเจ็บปวดรุนแรงขณะทำ [8]:

1. การเตรียมตัวและประเมินพิกัด

คนไข้นอนหงายแยกขาในท่าที่สบาย แพทย์จะทาเจลอัลตราซาวด์บริเวณผิวหนังฝีเย็บเพื่อเป็นตัวกลางนำพาคลื่นเสียง

2. การยิงคลื่นกระแทกพิกัดเจาะจง

แพทย์ใช้อุปกรณ์ยิงคลื่นกระแทก Focused Shockwave แนบตรงผิวหนังฝีเย็บ ปล่อยคลื่นสะท้อนประมาณ 3,000 - 4,000 ช็อตต่อครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ต่อมลูกหมากด้านซ้าย ขวา และตรงกลาง

3. แผนการรักษาต่อเนื่อง

โดยทั่วไปแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 4 - 6 สัปดาห์ โดยคนไข้ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลและไม่มีแผลเปิดภายนอก สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ

การเตรียมตัวก่อนและหลังทำ Shockwave

เพื่อให้เซลล์เนื้อเยื่อตอบสนองต่อการกระตุ้นได้ดีที่สุด แนะนำให้คนไข้ปฏิบัติตามนี้ [9]:

1. การเตรียมตัวก่อนทำ

ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร สามารถเข้ารับการทำบำบัดได้ทันที หลีกเลี่ยงการทานยาลดการอักเสบกลุ่ม NSAIDs ล่วงหน้า 24 ชั่วโมงหากทำได้ เนื่องจากเราต้องการกระบวนการกระตุ้นของเซลล์

2. การดูแลตัวเองหลังทำ

ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อช่วยการไหลเวียนโลหิต งดการขี่จักรยานหรือนั่งทับฝีเย็บแข็งๆ เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมงเพื่อลดการระคายเคืองปลายประสาท

3. การสังเกตผลหลังรักษา

คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกว่าอาการหน่วงปวดเบาลงหลังจากทำผ่านไปแล้ว 2-3 เซสชัน และอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจนจบคอร์สบำบัด

ตารางเปรียบเทียบ: Focused Shockwave vs. การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและยาลดอักเสบ

การวิเคราะห์เปรียบเทียบทางเลือกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาต่อมลูกหมากอักเสบชนิดเรื้อรัง (CPPS) [10]:

หัวข้อเปรียบเทียบFocused Shockwave Therapyการรักษาด้วยยา (Antibiotics / Anti-inflammatories)ประโยชน์ทางคลินิก (Clinical Benefit)
กลไกการรักษาหลักกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวโดยตรงกำจัดเชื้อแบคทีเรีย (ถ้ามี) หรือกดสัญญาณการอักเสบชั่วคราวShockwave แก้ไขที่โครงสร้างเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยตรง
ผลข้างเคียงของร่างกายไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย อาจมีรอยแดงหรือตึงตึงฝีเย็บเล็กน้อย 1-2 วันอาจเกิดอาการดื้อยา ท้องเสีย แสบกระเพาะอาหาร หรือตับไตทำงานหนักขึ้นจากการกินยาระยะยาวShockwave ปลอดภัยสูงมาก ปราศจากสารเคมีตกค้าง
ระยะเวลาการบำบัดทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ (เซสชันละ 15-20 นาที)ต้องทานยาทุกวันต่อเนื่องกัน 4-12 สัปดาห์สะดวกสบายกว่า ไม่ต้องพะวงกับการลืมทานยาฆ่าเชื้อ
ความคงทนของผลลัพธ์อาการดีขึ้นยาวนาน 6 - 12 เดือนขึ้นไปหลังจากจบคอร์สรักษามักกลับมามีอาการปวดซ้ำทันทีหลังจากหยุดยาเมื่อมีปัจจัยกระตุ้นลดความเสี่ยงต่อการติดวงจรปวดเรื้อรังซ้ำซาก
ประสิทธิผลในชนิดไม่ติดเชื้อ (CPPS)สูงมาก ได้ผลดีเยี่ยม (เนื่องจากกว่า 90% ของเคสมีปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานตึงเกร็ง)ต่ำ (ยาปฏิชีวนะมักไม่ได้ผลในกรณีตรวจไม่พบเชื้อแบคทีเรีย)เป็นทางเลือกหลักที่แนะนำเมื่อกินยาแล้วไม่ดีขึ้น

ข้อดีและข้อจำกัดของเทคโนโลยี Focused Shockwave สําหรับต่อมลูกหมากอักเสบ

ข้อดี (Pros)

  • บรรเทาอาการหน่วงปวดร้าวบริเวณฝีเย็บ อวัยวะเพศ และทวารหนักได้อย่างมีนัยสำคัญกว่า 70-80%
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศที่อาจลดลงจากความปวดเรื้อรัง
  • หลีกเลี่ยงผลเสียและผลข้างเคียงจากการรับประทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อเป็นเวลานานหลายเดือน
  • เป็นหัตถการนอกโรงพยาบาล (Outpatient) เจ็บน้อยมาก ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องบล็อกหลัง
  • ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่เกร็งตัวผิดปกติ ซึ่งช่วยให้ปัสสาวะพุ่งแรงและสะดวกขึ้น

ข้อจำกัด (Cons)

  • ไม่เหมาะกับผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบชนิดแบคทีเรียเฉียบพลัน (Acute Bacterial) ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรวดเร็ว
  • ต้องทำหลายครั้งอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผลการรักษาที่ชัดเจนและยาวนาน
  • อาจมีค่าใช้จ่ายในรายเซสชันสูงกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อยาทานเบื้องต้น

ผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาด้วย Focused Shockwave

ผู้ป่วยที่มีอาการตรงตามเกณฑ์บ่งชี้ทางคลินิก [11]:

  • ผู้ป่วยกลุ่มอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (CPPS) หรือต่อมลูกหมากอักเสบชนิดไม่ติดเชื้อแบคทีเรีย: ที่มีอาการปวดหน่วงฝีเย็บเกิน 3 เดือน
  • ผู้ป่วยรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือยาคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแล้วไม่เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น: หรือผู้ที่ทานยาระยะยาวแล้วมีผลข้างเคียงสูง
  • ผู้ป่วยปวดหน่วงอวัยวะเพศหรือทวารหนักขณะหลั่งอสุจิ: มีอาการหลั่งเร็วหรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศร่วมด้วย
  • ผู้ป่วยต้องการหลีกเลี่ยงการทานยาปฏิชีวนะระยะยาว: เพื่อป้องกันปัญหาดื้อยาและการสะสมเคมีในร่างกาย

ประสิทธิภาพและผลการศึกษาวิจัยทางการแพทย์

สถิติจริงจากผลการทดลองทางคลินิกเปรียบเทียบในวารสารระดับโลก [12]:

80%+

อัตราความพึงพอใจของคนไข้

ผู้ป่วยรายงานอาการปวดหน่วงลดลงและคุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวันดีขึ้นอย่างชัดเจน

60%+

คะแนน NIH-CPSI ลดลง

การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของคะแนนชี้วัดความปวดเฉลี่ยหลังรักษาครบคอร์ส 6 สัปดาห์

0%

อัตราภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ไม่มีการรายงานผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างอวัยวะเพศหรือทางเดินปัสสาวะ

การติดตามผลการรักษาและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

การประเมินเพื่อคงประสิทธิภาพการฟื้นตัวของต่อมลูกหมาก [13]:

  • ประเมินคะแนนความปวด (NIH-CPSI Score): แพทย์จะนัดติดตามผลที่ 1 เดือน และ 3 เดือนหลังรักษาเสร็จสิ้นเพื่อวัดผลเปรียบเทียบทางการแพทย์
  • การทำกระตุ้นซ้ำเพื่อคงสภาพ (Maintenance sessions): ในคนไข้บางรายที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเลี่ยงไม่ได้ อาจพิจารณาทำซ้ำ 1-2 เซสชันทุกๆ 6-12 เดือนเพื่อรักษาคุณภาพหลอดเลือดใหม่
  • ผสานการทำสกายภาพกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานบำบัด: ในรายที่มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อร่วมด้วย

แนวทางชะลอความเสื่อมและดูแลสุขอนามัยอุ้งเชิงกราน

การปฏิบัติตัวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมและยั่งยืน [14]:

  • หลีกเลี่ยงการนั่งกดทับฝีเย็บเวลานาน: แนะนำเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกเดินทุกๆ 45 นาทีเพื่อสลายความเกร็งตัวกล้ามเนื้อ
  • ผ่อนคลายความเครียดสะสม: ความเครียดกระตุ้นให้ร่างกายสั่งการเกร็งกล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมากโดยอัตโนมัติ การฝึกหายใจลึกๆ ช่วยลดอาการได้ดี
  • รักษาระดับการหลั่งอสุจิที่สม่ำเสมอ: การมีเพศสัมพันธ์หรือการหลั่งอสุจิสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ช่วยระบายสารคัดหลั่งตกค้างและลดการบวมตึงของต่อมลูกหมาก
  • งดการกลั้นปัสสาวะกระแทกหูรูด: การเบ่งปัสสาวะขณะหูรูดเกร็งตัวช่วยดันปัสสาวะย้อนกลับเข้าท่อส่งต่อมลูกหมากและก่อให้เกิดการอักเสบเคมีได้ง่าย

Related Topics

Rezūm TherapyUroLift SystemPSA ScreeningBPH Symptoms

เอกสารอ้างอิงและวารสารวิชาการแพทย์ระดับสากล

  • Zimmermann R, et al. 'Extracorporeal Shock Wave Therapy for the Treatment of Chronic Pelvic Pain Syndrome.' European Urology, 2009; 56(3):418-424. doi:10.1016/j.eururo.2009.03.054.
  • Al Edwan GM, et al. 'Low-Intensity Extracorporeal Shockwave Therapy in Chronic Prostatitis/Chronic Pelvic Pain Syndrome.' Journal of Urology, 2020; 204(3):484-490. doi:10.1097/JU.0000000000000984.
  • Mottet N, et al. 'EAU Guidelines on Chronic Pelvic Pain.' European Association of Urology Guidelines, 2024.
นัดหมายเข้ารับการบำบัด Focused Shockwave