ปรึกษาแพทย์
กลับสู่หน้าหลัก
CLINICAL CLASSIFICATION & LIFESTYLE INTERVENTION

การรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis Treatment)

นพ.นิติ นวนิมิตกุล (Dr. Niti Navanimitkul, M.D.)

ข้อมูลการตรวจสอบทางการแพทย์ (Medical Review): นพ.นิติ นวนิมิตกุล (Dr. Niti Navanimitkul, M.D.)

ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิ่วและโรคต่อมลูกหมาก | M-Trust Urology Clinic

อัปเดตข้อมูลล่าสุด: กรกฎาคม 2569

แนวทางการวินิจฉัยและรักษาภาวะต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลัน เรื้อรัง และกลุ่มอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (CPPS) อย่างตรงจุดตามมาตรฐานสากล NIDDK

แยกแยะ 4 ประเภทหลักตามระบบ NIDDK
แผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยยาและการทำกายภาพ
วินิจฉัยละเอียดด้วย Meares-Stamey 4-Glass Test
ลดการกลับมาเป็นซ้ำเรื้อรัง
การรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis Treatment)

โรคต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) คืออะไร?

ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) คือ ภาวะอักเสบหรือติดเชื้อของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยหนุ่มไปจนถึงวัยสูงอายุ แตกต่างจากโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) หรือมะเร็งต่อมลูกหมากที่มักพบในผู้สูงอายุเท่านั้น โรคนี้สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บปวดลึกๆ บริเวณเป้ากระเบนเหน็บ ขาหนีบ อวัยวะเพศ หรืออุ้งเชิงกราน ร่วมกับอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือน้ำอสุจิมีเลือดปน [1]

สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIDDK) ได้จำแนกโรคต่อมลูกหมากอักเสบออกเป็น 4 ประเภทหลัก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างจำเพาะเจาะจงเพื่อให้ยารักษาได้อย่างถูกต้อง เพราะแต่ละประเภทมีสาเหตุและวิธีการรักษาที่ไม่เหมือนกันเลย เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลันต้องการยาปฏิชีวนะทันที ขณะที่ชนิดปวดเรื้อรัง (CPPS) ต้องการการกายภาพและการผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานร่วมด้วย [2]

การแบ่งประเภทโรคต่อมลูกหมากอักเสบ 4 รูปแบบ (NIDDK Classification)

คนไข้จะมีอาการและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่แตกต่างกันตามแต่ละประเภท ดังนี้ [3]:

วิเคราะห์จุดเด่นของอาการและการรักษาในแต่ละประเภท

ประเภทที่ 1: ต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลันจากเชื้อแบคทีเรีย (Acute Bacterial Prostatitis)

เกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรง - **อาการ:** มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดปัสสาวะรุนแรง ปัสสาวะแสบขัดมาก ปัสสาวะไม่ออก - **การรักษา:** ต้องได้รับยาปฏิชีวนะเข้าหลอดเลือดดำในโรงพยาบาลหรือยาปฏิชีวนะชนิดกินชนิดรุนแรงทันทีเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) [4]

ประเภทที่ 2: ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังจากเชื้อแบคทีเรีย (Chronic Bacterial Prostatitis)

เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน - **อาการ:** อาการปัสสาวะขัดและหน่วงท้องน้อยจะค่อยๆ แสดงออกมาแล้วหายไปสลับกัน มักพบการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI) ซ้ำซาก - **การรักษา:** การทานยาปฏิชีวนะระยะยาวต่อเนื่องกัน 4-12 สัปดาห์ ร่วมกับการใช้ยาคลายหูรูดทางเดินปัสสาวะ [5]

ประเภทที่ 3: กลุ่มอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (Chronic Prostatitis / Chronic Pelvic Pain Syndrome: CPPS)

เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด (กว่า 90% ของผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบทั้งหมด) โดยตรวจไม่พบเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ - **อาการ:** ปวดหน่วงเรื้อรังที่อวัยวะเพศ ฝีเย็บ ทวารหนัก หรือเหนือกระดูกหัวหน่าวนานกว่า 3 เดือน ปัสสาวะบ่อย แสบขัด และอาจปวดมากขณะหรือหลังหลั่งอสุจิ - **การรักษา:** เน้นการลดปวดและการอักเสบ ใช้ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ยาบล็อกเกอร์อัลฟา การทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Physical Therapy) และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต [6]

ประเภทที่ 4: ต่อมลูกหมากอักเสบแบบไม่มีอาการ (Asymptomatic Inflammatory Prostatitis)

คนไข้ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ - **อาการ:** มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการเจาะตรวจเลือด PSA สูงขึ้น หรือการตรวจวิเคราะห์อสุจิเพื่อหาสาเหตุมีบุตรยากแล้วพบเม็ดเลือดขาว - **การรักษา:** โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา ยกเว้นในรายที่มีผลต่อการมีบุตรยากหรือก่อนเข้ารับหัตถการทางระบบปัสสาวะ [7]

กระบวนการตรวจวินิจฉัยโรค (Diagnostic Protocol)

การแยกแยะโรคอย่างถูกต้องจำเป็นต้องใช้วิธีตรวจพิเศษเพื่อให้มั่นใจในการวินิจฉัย [8]:

1. การตรวจปัสสาวะและสารคัดหลั่ง 4 แก้ว (Meares-Stamey 4-Glass Test)

เก็บตัวอย่างปัสสาวะช่วงแรก ช่วงกลาง การนวดต่อมลูกหมากเพื่อเก็บน้ำคัดหลั่ง และปัสสาวะหลังนวด นำมาเพาะเชื้อและนับจำนวนเม็ดเลือดขาวเพื่อแยกประเภทของโรคอย่างชัดเจน

2. การตรวจทวารหนัก (Digital Rectal Examination - DRE)

แพทย์ใช้นิ้วตรวจคลำต่อมลูกหมากผ่านทางรูทวารหนักเพื่อประเมินความเจ็บ ปริมาตร ความหนาแน่น และดูว่ามีฝีหนองสะสมภายในต่อมลูกหมากหรือไม่

3. การตรวจอัลตราซาวด์ระบบปัสสาวะ (TRUS / Ultrasound)

ตรวจประเมินหาภาวะปัสสาวะเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะ และประเมินพยาธิสภาพของต่อมลูกหมากเพื่อแยกแยะโรคต่อมลูกหมากโตหรือฝีในต่อมลูกหมาก

คำแนะนำการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน (Lifestyle Modifications)

การปรับพฤติกรรมช่วยลดความดันในอุ้งเชิงกรานและบรรเทาอาการหน่วงปวดได้อย่างมีนัยสำคัญ [9]:

1. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กดทับเป้าฝีเย็บ

งดการปั่นจักรยาน การขี่มอเตอร์ไซค์ หรือการนั่งบนเก้าอี้แข็งๆ เป็นเวลานานๆ ควรใช้อุปกรณ์เบาะรองนั่งรูปโดนัทเพื่อช่วยลดแรงกดทับต่อมลูกหมาก

2. การแช่น้ำอุ่น (Warm Sitz Baths)

แช่สะโพกในน้ำอุ่นวันละ 15-20 นาที เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหูรูดอุ้งเชิงกรานที่เกร็งตัว

3. งดอาหารและเครื่องดื่มที่ระคายเคือง

งดแอลกอฮอล์ กาแฟเข้มข้น เครื่องดื่มคาเฟอีน และอาหารรสจัดจ้าน ซึ่งมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองทางเดินปัสสาวะและปวดปัสสาวะรุนแรงขึ้น

ตารางเปรียบเทียบการอักเสบ 3 ชนิดย่อยหลัก

ตารางสรุปเกณฑ์เปรียบเทียบอาการ ผลการตรวจ และแนวทางการรักษา [10]:

หัวข้อเปรียบเทียบชนิดเฉียบพลันจากแบคทีเรีย (Acute)ชนิดเรื้อรังจากแบคทีเรีย (Chronic)ชนิดปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (CPPS)
ผลตรวจเพาะเชื้อปัสสาวะพบเชื้อแบคทีเรียชัดเจนพบเชื้อแบคทีเรียชัดเจนไม่พบเชื้อแบคทีเรีย
อาการไข้หนาวสั่นมีไข้สูง หนาวสั่น รุนแรงไม่มีไข้ (หรือมีไข้ต่ำๆ นานๆ ครั้ง)ไม่มีไข้โดยสิ้นเชิง
ความหน่วงปวดอุ้งเชิงกรานปวดรุนแรงเฉียบพลันปวดตึงๆ เป็นๆ หายๆ นานกว่า 3 เดือนปวดตึงหน่วงตลอดเวลา นานกว่า 3 เดือน
ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อจำเป็นเร่งด่วน (2-4 สัปดาห์)จำเป็นระยะยาว (4-12 สัปดาห์)ไม่จำเป็น (หรือให้ทดลองทานระยะสั้นเพื่อประเมินผล)
การนวดต่อมลูกหมาก (Prostate Massage)ห้ามทำเด็ดขาด (เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด)ทำได้เพื่อกระตุ้นและระบายสารคัดหลั่งช่วยลดอาการหน่วงเกร็งของกล้ามเนื้อได้ดี

ทางเลือกการรักษาตามอาการของผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบ

ข้อดี (Pros)

  • การเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อที่ตรงกับเชื้อแบคทีเรียที่เพาะพบช่วยให้หายขาดได้ในกลุ่มติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ยาคลายหูรูดกระเพาะปัสสาวะ (Alpha-blockers) ช่วยให้ปัสสาวะพุ่งแรง บรรเทาอาการแสบขัดได้ดี
  • การทำกายภาพกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานบำบัดรักษาต้นเหตุการเกร็งหน่วงตัวได้ดีในกลุ่มปวดเรื้อรัง CPPS
  • การรักษาแบบผสมผสานหลายมิติตามอาการช่วยคนไข้กลับมามีคุณภาพชีวิตปกติได้เร็วขึ้น

ข้อจำกัด (Cons)

  • ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง CPPS เป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ยากและมักกลับมาเป็นซ้ำเมื่อคนไข้เครียดหรือร่างกายอ่อนแอ
  • การรักษาประเภทเรื้อรังต้องอาศัยเวลาและความอดทนสูงของคนไข้ในการปรับเปลี่ยนสไตล์การใช้ชีวิตร่วมด้วย
  • การทานยาฆ่าเชื้อระยะยาวอาจมีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแบคทีเรียดื้อยาในอนาคต

ผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจและรักษาต่อมลูกหมากอักเสบ

สัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าคุณควรมาพบแพทย์ปัสสาวะเพื่อตรวจอย่างละเอียด [11]:

  • มีอาการเจ็บปวดหรือหน่วง: บริเวณฝีเย็บ เป้ากางเกง ทวารหนัก หรืออวัยวะเพศเป็นเวลานานโดยไม่มีสาเหตุเด่นชัด
  • มีอาการปัสสาวะแสบขัด: ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน หรือรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุดตลอดเวลา
  • มีอาการปวดหน่วงเจ็บเสียวขณะหลั่งน้ำอสุจิ: หรือพบคราบเลือดปนเปื้อนในน้ำอสุจิหลังกู้กิจกรรมทางเพศ
  • มีอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ: (เป็นไข้ ปัสสาวะขุ่นมีกลิ่นฉุน) บ่อยเกินปีละ 2 ครั้ง

เป้าหมายการรักษาและผลลัพธ์ระยะยาว

สถิติผลการตอบสนองต่อการรักษาแบบองค์รวม [12]:

90%+

อัตราหายขาดชนิดเฉียบพลัน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและทานยาจนครบตอบสนองดีเลิศและหายเป็นปกติ

80%

บรรเทาอาการหน่วงปวดเรื้อรัง

คนไข้กลุ่ม CPPS มีอาการปวดและปัสสาวะลดลงอย่างชัดเจนหลังผสมผสานการปรับพฤติกรรมและการให้ยาอย่างตรงจุด

< 5%

อัตรากลายเป็นหนองสะสม

การวินิจฉัยรวดเร็วช่วยสกัดกั้นการพัฒนาไปสู่ภาวะฝีหนองสะสมในเนื้อต่อมลูกหมาก

การติดตามอาการหลังสิ้นสุดการรักษา (Surveillance Protocol)

การดูแลรักษาต่อเนื่องช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค [13]:

  • ตรวจปัสสาวะซ้ำหลังสิ้นสุดยาปฏิชีวนะ: เพื่อยืนยันความปลอดเชื้อแบคทีเรียและเม็ดเลือดขาวในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ติดตามวัดแรงปัสสาวะ (Uroflowmetry): ตรวจเช็กเพื่อยืนยันว่าไม่มีภาวะท่อปัสสาวะตีบแคบจากแผลอักเสบเรื้อรัง
  • นัดติดตามระดับอาการปวด (NIH-CPSI Score): ทุกๆ 1-3 เดือนเพื่อปรับขนาดยาคลายกล้ามเนื้อหูรูดจนกระทั่งปกติ

แนวทางป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

เคล็ดลับพฤติกรรมเพื่อดูแลสุขอนามัยของทางเดินปัสสาวะและต่อมลูกหมากให้แข็งแรงในระยะยาว [14]:

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2-3 ลิตรเพื่อช่วยชะล้างท่อปัสสาวะและลดการก่อตัวของเชื้อแบคทีเรีย
  • รักษาความสะอาดหลังการมีเพศสัมพันธ์: ปัสสาวะทิ้งและทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกครั้งหลังมีกิจกรรมเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียไหลย้อนกลับ
  • ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน: การกลั้นปัสสาวะทำให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับเข้าไปในท่อต่อมลูกหมาก กระตุ้นการอักเสบและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
  • จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ: ความเครียดมีผลโดยตรงต่อการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยกลุ่ม CPPS

Related Topics

Rezūm TherapyUroLift SystemPSA ScreeningBPH Symptoms

เอกสารอ้างอิงและวารสารวิชาการแพทย์ระดับสากล

  • Krieger JN, et al. 'National Institutes of Health Classification of Prostatitis.' JAMA, 1999; 282(3):236-237. doi:10.1001/jama.282.3.236.
  • Nickel JC, et al. 'Clinical Evaluation of Prostatitis: Standard Diagnostics and Beyond.' BJU International, 2010; 106(6b):884-889. doi:10.1111/j.1464-410X.2010.09635.x.
  • Engeler GP, et al. 'EAU Guidelines on Chronic Pelvic Pain.' European Association of Urology Guidelines, 2024.
นัดหมายปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมลูกหมากอักเสบ