การรักษาด้วยรังสีศัลยกรรมต่อมลูกหมาก SBRT (CyberKnife)
ข้อมูลการตรวจสอบทางการแพทย์ (Medical Review): นพ.นิติ นวนิมิตกุล (Dr. Niti Navanimitkul, M.D.)
ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งและโรคต่อมลูกหมาก | M-Trust Urology Clinic
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: กรกฎาคม 2569นวัตกรรมการฉายรังสีพิกัดสามมิติปริมาณสูงเฉพาะจุด (Stereotactic Body Radiotherapy) รักษาเสร็จสิ้นใน 5 ครั้งโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ และมีความแม่นยำสูงระดับมิลลิเมตร
SBRT คืออะไร?
SBRT (Stereotactic Body Radiotherapy) หรือรังสีศัลยกรรมลำตัว เป็นเทคนิคการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากโตทางรังสีรักษาขั้นสูง โดยการส่งรังสีเอ็กซ์เรย์พลังงานสูงไปยังต่อมลูกหมากอย่างแม่นยำด้วยการคำนวณพิกัดสามมิติ เทคนิคนี้สามารถจ่ายรังสีปริมาณสูงมากเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งในแต่ละครั้ง (Hypofractionation) ทำให้สามารถรักษาให้เสร็จสิ้นได้ในเวลาเพียง 5 ครั้งภายใน 1-2 สัปดาห์ แทนที่จะต้องฉายรังสีแบบดั้งเดิมถึง 40 ครั้งนานกว่า 2 เดือน [1]
ความก้าวหน้าสำคัญของ SBRT (เช่น การใช้ระบบ CyberKnife หรือ Linear Accelerator รุ่นล่าสุด) คือการติดตั้งระบบ 'ติดตามเป้าหมายแบบเรียลไทม์' (Real-time Motion Tracking) โดยการฝังหมุดทองคำขนาดเล็ก (Fiducial Markers) ในต่อมลูกหมากก่อนรักษา ระบบคอมพิวเตอร์จะจับตำแหน่งของหมุดทองคำตลอดการฉายรังสีและปรับทิศทางลำแสงตามการขยับของต่อมลูกหมาก (ซึ่งอาจขยับได้จากการเคลื่อนตัวของลำไส้หรือลมในท้อง) ทำให้สามารถจำกัดขอบเขตการฉายรังสีให้แคบที่สุดเพียง 1-2 มิลลิเมตร และหลีกเลี่ยงการโดนกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ตรงได้อย่างยอดเยี่ยม [2]
จุดเด่นด้านความปลอดภัยและผลข้างเคียงต่ำ (Toxicity Profile)
เนื่องจาก SBRT จ่ายรังสีด้วยความแม่นยำสูงระดับซับมิลลิเมตร (Sub-millimeter Accuracy) ปริมาณรังสีที่กระจายไปโดนเนื้อเยื่อดีโดยรอบ เช่น ผนังลำไส้ตรง (Rectum) หูรูดปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ จึงลดลงอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับการฉายรังสีแบบเดิม ส่งผลให้อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ตรงอักเสบมีเลือดออก (Radiation Proctitis) ปัสสาวะแสบขัดรุนแรง หรือปัสสาวะเล็ด มีอัตราการเกิดต่ำมากต่ำกว่า 1-2% [3]
ขั้นตอนและกลไกการรักษา (Mechanism of Action)
หัตถการฉายแสงดำเนินเป็นขั้นตอนนอกโรงพยาบาลโดยไม่มีรอยแผลเปิด [4]:
1. การฝังหมุดทองคำนำทาง (Fiducial Placement)
แพทย์ปักฝังหมุดทองคำขนาดเล็ก 3-4 ชิ้นเข้าไปในต่อมลูกหมากผ่านผิวหนังฝีเย็บเพื่อใช้เป็นพิกัดนำทางตัวแทนต่อมลูกหมากในการสแกนฉายรังสี
2. การจำลองแผนการฉายแสง (CT/MRI Simulation)
คนไข้เข้ารับการสแกนคอมพิวเตอร์ (CT) และ MRI ร่วมกันเพื่อสร้างแผนที่ 3 มิติของต่อมลูกหมากและจำลองทิศทางลำแสงเลี่ยงอวัยวะข้างเคียงอย่างละเอียด
3. การฉายรังสีพิกัดสูง (SBRT Delivery)
ฉายรังสีวันเว้นวันรวม 5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-30 นาที ตลอดการทำเครื่องจะจับพิกัดหมุดทองคำเรียลไทม์เพื่อปรับทิศทางลำแสงอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนการตรวจประเมินก่อนรักษา (Pre-operative Workup)
ทีมแพทย์จะทำหัตถการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อคัดกรองความเหมาะสม [5]:
1. การประเมินทางพยาธิวิทยาชิ้นเนื้อ
ตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง (Low to Intermediate Risk) ตามเกณฑ์คะแนน Gleason Score และระดับ PSA
2. การสแกนภาพและตรวจโครงสร้าง
ประเมินปริมาตรต่อมลูกหมากและโครงสร้างอวัยวะอุ้งเชิงกรานเพื่อวางแผนตำแหน่งฝังหมุดทองคำและระยะห่างจากลำไส้ตรง
3. การใช้ไฮโดรเจลป้องกันลำไส้ตรง (ถ้ามี)
แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดเจลชั่วคราว (SpaceOAR Hydrogel) เพื่อดันผนังลำไส้ตรงให้ออกจากต่อมลูกหมากเพิ่มระยะปลอดภัยระหว่างฉายแสง
ตารางเปรียบเทียบ SBRT กับทางเลือกอื่น
ข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจรักษา [6]:
ข้อดีและข้อจำกัดของการฉายรังสี SBRT
⊕ ข้อดี (Pros)
- ✓สะดวกสบายสูงมาก รักษาเสร็จสิ้นใน 5 ครั้ง ภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่รบกวนการดำเนินชีวิตปกติ
- ✓ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดใหญ่และแผลติดเชื้อ
- ✓ระบบติดตามพิกัดเรียลไทม์ช่วยปกป้องลำไส้และกระเพาะปัสสาวะได้อย่างยอดเยี่ยมลดผลข้างเคียงต่ำสุด
- ✓ควบคุมมะเร็งได้ดีเยี่ยมเทียบเท่าการผ่าตัดใหญ่หรือการฉายแสงระยะยาว 2 เดือน
- ✓แทบไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาปัสสาวะเล็ดราดหลังรักษา
⊖ ข้อจำกัด (Cons)
- ✗อาจมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ค่อยๆ เกิดขึ้นตามหลังในระยะยาว 2-5 ปี (ใกล้เคียงกับการฉายรังสีแบบดั้งเดิม)
- ✗อาจมีอาการระคายเคืองในการปัสสาวะชั่วคราวในช่วง 2-4 สัปดาห์แรกหลังรับรังสีครบถ้วน
- ✗ไม่มีชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากจริงออกมาตรวจประเมินเพิ่มหลังการรักษาเหมือนการผ่าตัด
ผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาด้วย SBRT
แนวทางสมาคมรังสีรักษาและศัลยแพทย์ปัสสาวะระบุผู้ป่วยที่เหมาะสมประกอบด้วย [7]:
- ▹ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง: (Localized Low to Intermediate Risk BPH/Cancer) ที่โรคยังจำกัดอยู่ในกระเปาะต่อม
- ▹ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดใหญ่: หรือมีข้อห้ามในการดมยาสลบผ่าตัดใหญ่เนื่องจากปัญหาหัวใจ ปอด หรืออายุมาก
- ▹ผู้ที่ต้องการประหยัดเวลาเดินทาง: ไม่สะดวกที่จะต้องเดินทางมาฉายแสงทุกวันที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2 เดือนเต็ม
- ▹ต่อมลูกหมากมีขนาดไม่ใหญ่เกินไป: (ปกติเหมาะสมที่สุดต่ำกว่า 80-100 กรัม เพื่อจำกัดพื้นที่รับรังสีไม่ให้กว้างเกินไป)
ผลลัพธ์ทางการรักษาและความปลอดภัย
สถิติผลลัพธ์ทางคลินิกที่ยืนยันจากการศึกษาวิจัยระยะยาว PACE-B และระบบ CyberKnife Consortium [8]:
อัตราปลอดโรคมะเร็ง 5 ปี
สถิติการควบคุมระดับ PSA และการปลอดโรคในกลุ่มเสี่ยงต่ำถึงปานกลางหลังฉายแสงครบถ้วน
อัตราปลอดปัสสาวะเล็ดรุนแรง
คนไข้เกือบทั้งหมดไม่มีปัญหาปัสสาวะรั่วซึมเนื่องจากหูรูดทางเดินปัสสาวะไม่ถูกตัดทำลาย
อัตราผลข้างเคียงรุนแรงต่อลำไส้
การแผ่รังสีโดนผนังทวารหนักน้อยมากด้วยระบบคอมพิวเตอร์พิกัดแคบ 2 มิลลิเมตร
การติดตามผลหลังการรักษา (Surveillance Protocol)
การตรวจติดตามระดับผลตอบสนองของมะเร็งและผลข้างเคียงอย่างมีระบบ [9]:
- •สัปดาห์ที่ 2 และ 4 หลังฉายแสง: ติดตามอาการปัสสาวะแสบขัดหรือระบบขับถ่ายเพื่อรับยาบรรเทาอาการระคายเคืองชั่วคราว
- •เดือนที่ 3, 6, 9 และ 12 (ปีแรก): เจาะเลือดตรวจระดับ PSA ทุก 3 เดือน เพื่อประเมินการลดลงของระดับ PSA (ซึ่งจะค่อยๆ ลดลงทีละน้อยต่างจากผ่าตัดที่ลดลงทันที)
- •ปีที่ 2 เป็นต้นไป: ตรวจติดตามระดับ PSA ทุก 6 เดือน และประเมินอาการระบบปัสสาวะและลำไส้ตรงเป็นระยะปีละครั้ง
แนวทางการปฏิบัติตัวหลังรับการฉายรังสี SBRT
การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะและทวารหนักหลังจากฉายรังสีครบลำแสง [10]:
- •การดูแลระบบขับถ่ายปัสสาวะ: อาจมีปัสสาวะบ่อย แสบขัดเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรกๆ แพทย์จะให้ยาคลายกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะเพื่อลดอาการ
- •ดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ: ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา หรือกาแฟเข้มข้นที่จะกระตุ้นการบีบตัวของปัสสาวะ
- •การดูแลระบบขับถ่ายอุจจาระ: ทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการท้องผูกและการขับถ่ายที่ต้องออกแรงเบ่ง
- •ติดตามภาวะอสุจิหลังฉายแสง: น้ำอสุจิอาจมีปริมาณลดลงหรือแห้งหายไป และอาจพบคราบสีน้ำตาลเข้มจากการสลายตัวของเม็ดเลือดในช่วงเดือนแรกถือเป็นภาวะปกติ
Related Topics
เอกสารอ้างอิงและวารสารวิชาการแพทย์ระดับสากล
- Brand DH, et al. 'Intensity-Modulated Fractionated Radiotherapy vs Stereotactic Body Radiotherapy for Prostate Cancer (PACE-B): 2-Year Toxicity and Efficacy Results.' Lancet Oncology, 2019; 20(11):1548-1559. doi:10.1016/S1470-2045(19)30569-8.
- Jackson WC, et al. 'Stereotactic Body Radiotherapy for Localized Prostate Cancer: A Systematic Review and Meta-Analysis.' JAMA Oncology, 2019; 5(8):1128-1136. doi:10.1001/jamaoncol.2019.0149.
- King CR, et al. 'Stereotactic Body Radiotherapy for Localized Prostate Cancer: Pooled Analysis from a Multi-Institutional Consortium.' Radiotherapy and Oncology, 2013; 109(2):217-221. doi:10.1016/j.radonc.2013.08.030.
- National Comprehensive Cancer Network (NCCN). 'NCCN Clinical Practice Guidelines in Oncology: Prostate Cancer.' Version 2.2024. Fort Washington, PA: NCCN, 2024.

